ถ้าคุณคิดว่า Beauty and the Beast เป็นแค่เทพนิยายสำหรับเด็ก คิดใหม่ได้เลย เพราะซีรีส์ปี 2012 เรื่องนี้พาคุณดำดิ่งสู่โลกของนักสืบสาวสวยกับสัตว์ร้ายสุดหล่อ ที่เต็มไปด้วย阴谋 ความรัก และการต่อสู้เพื่อปกป้องความลับ กองบรรณาธิการของเราขอพาคุณไปรู้จักกับซีรีส์ที่ผสมผสานแนวสืบสวน ดราม่า และไซไฟได้อย่างลงตัว
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
Beauty and the Beast ฉบับปี 2012 เล่าเรื่องของ แคทเธอรีน แชนด์เลอร์ (คริสติน ครูก) นักสืบคดีฆาตกรรมที่ยังคงฝังใจกับคดีฆ่าแม่ของเธอเมื่อวัยรุ่น ใครบางคน (หรืออะไรบางอย่าง) ช่วยชีวิตเธอไว้ในคืนนั้น หลายปีผ่านไป ขณะสืบสวนคดีหนึ่ง เธอพบเบาะแสที่นำไปสู่ วินเซนต์ เคลเลอร์ (เจย์ ไรอัน) ชายที่ถูกประกาศว่าเสียชีวิตในปี 2002 แต่กลับพบว่ายังมีชีวิตอยู่ และคือคนที่ช่วยเธอไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน วินเซนต์ต้องซ่อนตัวเพราะเมื่อโกรธหรือเครียด เขาจะกลายเป็นสัตว์ร้ายที่มีพละกำลังมหาศาลและประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์ เคมีระหว่างแคทเธอรีนกับวินเซนต์พัฒนาไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางการตามล่าจากองค์กรลึกลับและความท้าทายในการปกปิดอัตลักษณ์ของเขา
งานการแสดงและตัวละคร
คริสติน ครูก ในบทแคทเธอรีน แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของนักสืบหญิงที่ทั้งเก่งและเปราะบาง เธอถ่ายทอดความขัดแย้งระหว่างหน้าที่กับหัวใจได้อย่างน่าเชื่อถือ เจย์ ไรอัน สวมบทวินเซนต์ด้วยเสน่ห์ที่ซ่อนความเจ็บปวดและความดุร้าย การเปลี่ยนผ่านจากมนุษย์สู่สัตว์ร้ายทำได้ดีแม้จะใช้ CG บ้างในซีซันหลังๆ ไบรอัน เจ. ไวท์ ในบทโจ บิชอป หัวหน้าหน่วยสืบสวนที่คอยสนับสนุนแคทเธอรีน นีนา ลิซานเดรลโล และ ออสติน เบซิส ในบทเทสและเจ.ที. เพื่อนสนิทของวินเซนต์ ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและความเป็นมนุษย์ให้กับเรื่อง
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ซีรีส์กำกับโดยผู้กำกับหลายคน แต่คงทิศทางโทนสีเข้มขรึม สลับกับฉากโรแมนติกได้อย่างกลมกลืน ภาพถ่ายทอดบรรยากาศของนิวยอร์กซิตี้ในยามค่ำคืนได้สวยงาม โดยเฉพาะฉากที่วินเซนต์ปรากฏตัวในเงามืด ดนตรีประกอบโดย ไมเคิล ซุบซีรีส์ (The Flash, Arrow) ช่วยเสริมอารมณ์ทั้งตื่นเต้นและซาบซึ้งได้ดี โดยเฉพาะธีมรักของทั้งคู่
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ Beauty and the Beast 2012 น่าสนใจคือการตีความใหม่ที่ ให้ตัวละครหญิงเป็นนักสืบที่เข้มแข็ง ไม่ใช่เจ้าหญิงรอคอยเจ้าชาย ความสัมพันธ์ของแคทเธอรีนและวินเซนต์ค่อยๆ พัฒนาอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านการทำงานร่วมกันและความไว้วางใจ ซีรีส์ยังสอดแทรกประเด็นเรื่องอคติต่อสิ่งที่แตกต่าง และการยอมรับในตัวตนที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ในซีซันหลังๆ เนื้อเรื่องอาจยืดเยื้อและวนลูป โดยเฉพาะเมื่อต้องรักษาความลับของวินเซนต์ไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่แฟนๆ ที่ชื่นชอบแนวโรแมนติกดราม่าจะยังคงอินไปกับความรักของทั้งคู่
สรุป
แม้จะมีจุดอ่อนในซีซันหลังๆ แต่ Beauty and the Beast 2012 ก็เป็นซีรีส์ที่ทำการบ้านมาดีในด้านการพัฒนาตัวละครและความสัมพันธ์ของพระนาง หากคุณเป็นแฟนแนวโรแมนติกดราม่าที่มีกลิ่นอายไซไฟเล็กน้อย เรื่องนี้จะทำให้คุณติดงอมแงม
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +เคมีของนักแสดงนำเข้ากันดีมาก
- +พลิกโฉมเทพนิยายให้เข้ากับยุคสมัย
- +เนื้อเรื่องมีมิติทั้งสืบสวนและโรแมนติก
👎 จุดด้อย
- −ซีซันหลังๆ เนื้อเรื่องยืดเยื้อ
- −เอฟเฟกต์สัตว์ร้ายบางฉากดูไม่สมจริง
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เวอร์ชั่นนี้เปลี่ยนฉากเป็นนิวยอร์กยุคปัจจุบัน โดยแคทเธอรีนเป็นนักสืบ และวินเซนต์เป็นทหารผ่านศึกที่กลายเป็นสัตว์ร้ายด้วยการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เน้นความโรแมนติกดราม่าผสมสืบสวน
มีทั้งหมด 4 ซีซัน รวม 70 ตอน จบสมบูรณ์
เหมาะกับคนที่ชอบซีรีส์แนวโรแมนติกแฟนตาซี มีเนื้อหาสืบสวนเบาๆ และไม่กลัวความดราม่า